วันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2559


บันทึกการเรียน ครั้งที่ 7

วันศุกร์ ที่ 1 เมษายน 2559

การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย





การจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ

- เด็กที่มีความต้องการพิเศษทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาได้ถ้าได้รับโอกาสในการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับความต้องการพิเศษของเขา

ความหมายของการศึกษาแบบเรียนร่วม (integrated Education หรือ Mainstreaming )

- การจัดการให้เด็กพิเศษเข้าไปในระบบการศึกษาทั่วไป
- มีกิจกรรมที่ให้เด็กพิเศษกับเด้กทั่วไปได้ทำร่วมกัน
- ใช้ช่วงเวลาช่วงใดช่วงหนึ่งในแต่ละวัน
- ครูปฐมวัยและครูการศึกษาพิเศษร่วมมือกัน

การเรียนร่วมแบ่งออกเป็น 2 ประเภท
- การเรียนร่วมบางเวลา (Integration)
- การเรียนร่วมเต็มเวลา (Mainstreaming)

ภาพกิจกรรมวาดดอกบัว




สิ่งที่เห็น : กลีบดอกบัวตรงกลางจะเป็นสีขาว ปลายๆดอกบัวจะเป็นสีชมพู หรือ สีชมพูเข้ม ตรงกลางดอกบัวจะมีเกสรเป็นสีเหลืองมีทั้งเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมีย ก้านของดอกบัวจะเป็นสีเขียว ดอกบัวจะมีทั้งหมด 14กลีบและพื้นหลังของดอกบัวจะเป็นพื้นหลังสีดำและสีเทา



Evaluation


  Teacher :   เข้าสอนตรงเวลา อธิบายเกี่ยวกับเนื้อหาได้อย่างครบถ้วนและคลอบคลุม

   Friends:   เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายเรียบร้อย ตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่

  Self:   เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายเรียบร้อย มีการจดบันทึกทุกครั้งในการเรียน


วันจันทร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียน ครั้งที่ 6

วันศุกร์ ที่ 11 มีนาคม 2559

knowledge

เด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์
(Children with Behavioral and Emotional Disorders)

- มีความรู้สึกนึกคิดที่ผิดไปจากปกติ
- แสดงออกถึงความต้องการทำร้านตนเองหรือผู้อื่น
- มีความเชื่อมั่นในตนเองต่ำ
- เด็กที่มีการควบคุมอารมณ์ให้อยู่ในสภาพปกตินานๆไม่ได้
- เด็กที่ควบคุมพฤติกรรมบางอย่างของตนเองไม่ได้
- ทำให้ไม่สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างเรียบร้อย

ลักษณะของเด็กบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์
- ความวิตกกังวล (Anxiety) ซื่งทำให้เด็กมีนิสัยขี้กลัว
- ภาวะซึมเศร้า (Depression) มีความเศร้าในระดับที่สูงเกินไป
- ปํญหาทางสุขภาพ และขาดแรงกระตุ้นหรือความหวังในชีวิต

การจำแนกเด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์ ตามกลุ่มอาการ
ด้านความประพฤติ (Conduct Disorders)-ทำร้ายผู้อื่น ทำลายสิ่งของ ลักทรัพย์ 
- ฉุนเฉียวง่าย หุนหันพลันแล่น และเกรี้ยวกราด- เอะอะและหยาบคาย
- หนีเรียน รวมถึงหนีออกจากบ้าน
- ใช้สารเสพติด
- หมกมุ่นในกิจกรรมทางเพศ

ด้านความตั้งใจและสมาธิ (Attention and Concentration)- จดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งในระยะสั้น (Short attention span) อาจไม่เกิน 20 วินาที- ถูกสิ่งต่างๆ รอบตัวดึงความสนใจได้ตลอดเวลา
- งัวเงีย ไม่แสดงความสนใจได้ตลอดเวลา รวมถึงมีท่าทางเหมือนไม่ฟังสิ่งที่ผู้อื่นพูด


สมาธิสั้น (Attention Deficit)- มีลักษณะกระวนกระวาย ไม่สามารถนั่งนิ่งๆ ได้ หยุกหยิกไปมา
การถอนตัวหรือล้มเลิก (Withdrawal)
- หลีกเลี่ยงการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น และมักรู้สึกว่าตนเองด้อยกว่าผู้อื่น- เฉื่อยชา และมีลักษณะคล้ายเหนื่อยตลอดเวลา
ความผิดปกติในการทำงานของร่างกาย(Function Disorder)
- ความผิดปกติเกี่ยวกับพฤติกรรมการกิน (Eating Disorder)
- การอาเจียนโดยสมัครใจ (Voluntary Regurgitation) /การปฏิเสธที่จะรับประทาน
- พูดคุยตลอดเวลา มักรบกวนหรือเรียกร้องความสนใจจากผู้อื่น
- มีทักษะการจัดการในระดับต่ำ
- ขาดความมั่นใจ ขี้อาย ขี้กลัว ไม่ค่อยแสดงความรู้สึก
- การปฎิเสธที่จะรับประทาน
- รับประทานสิ่งที่รับประทานไม่ได้
- โรคอ้วน (Obesity)

Evaluation


  Teacher :   ข้าสอนตรงเวลา อธิบายเกี่ยวกับเนื้อหาได้อย่างครบถ้วนและคลอบคลุม


   Friends:   ข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายเรียบร้อย ตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่

  Self:   เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายเรียบร้อย มีการจดบันทึกทุกครั้งในการเรียน



วันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียน ครั้งที่ 5

วันศุกร์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2559

knowledge

 เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ (Children with Learning Disabilities) 

- เรียกย่อ ๆ ว่า L.D. (Learning Disability) 
- เด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้เฉพาะอย่าง- ไม่นับรวมเด็กที่มีปัญหาเพียงเล็กน้อยทางการเรียนมีปัญหาเนื่องจากความพิการ หรือความบกพร่องทางร่างกาย

สาเหตุของ LD
- ความผิดปกติของการทำงานของเสมอที่ไม่สามารถถอดรหัสตัวอักษรออกมาได้ ( เชือมโยงภาพตัวอักษรเข้ากับเสียงไม่ได้ )
- กรรมพันธุ์

1. ด้านการอ่าน (Reading Disorder)
2. ด้านการเขียน (Writing Disorder)
3. ด้านการคิดคำนวณ (Mathematic Disorder)

ออทิสติก (Autistic) 


 "ไม่สบตา ไม่พาที ไม่ชี้นิ้ว"



ทักษะของเด็กออทิสติก



Autistic Savant (ออทิสติกอัจฉริยะ)

- กลุ่มที่คิดด้วยศักยภาพ (visual thinker)  จะใช้การการคิดแบบอุปนัย   (bottom up thinking)
- กลุ่มที่คิดโดยไม่ใช้ภาพ (music,math and memory thinker) จะใช้การคิดแบบนิรนัย (top down thinking)
ตัวอย่างเช่น

Iris Grace 



แดเนียล แทมเมต (Daniel Tammet)




Stephen Wilts





Evaluation

  Teacher :   ข้าสอนตรงเวลา อธิบายเกี่ยวกับเนื้อหาได้อย่างครบถ้วนและคลอบคลุม

   Friends:   ข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายเรียบร้อย ตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่

  Self:   เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายเรียบร้อย มีการจดบันทึกทุกครั้งในการเรียน

วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559




บันทึกการเรียน ครั้งที่ 4


วันศุกร์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559

knowledge

ประเภทของเด็กที่มีความบกพร่อง

เด็กที่มีความบกพร่องทางทางการการพูดและภาษา
( Children With Speech And Language Disoorders)

            เด็กที่มีความบกพร่องทางการพูด หมายถึง เด็กที่มีความบกพร่องซึ่งเกิดจากการพูดผิดปกติด้านความชัดเจนในการปรับปรุงแต่งระดับและคุณภาพของเสียง จังหวะและขั้นตอนของเสียงพูด

1.ความบกพพร่องในด้านการปรับปรุงเสียง
- เสียงบางส่วนของคำขาดหายไป ''ความ '' เป็น '' คาม ''
- ออกเสียงของตัวอื่นแทนที่ถูกต้อง "กิน"  "จิน" กวาด ฟาด
- เพิ่มเสียงที่ไม่ใช่เสียงที่ถูกต้องลงไปด้วย "หกล้ม" เป็น หก- กะ- ล้ม
- เสียงเพี้ยนหรือแปล่ง "แล้ว" เป็น "แล่ว"

2.ความบกพร่องของจังหวะและขั้นตอนของเสียงพูด
 ( Speech Flow Disorders )
- พูดไม่ถูกต้องตามลำดับขั้นตอน
- การเว้นวรรคตอนไม่ถูกต้อง
- อัตราการพูดเร็วหรือช้าเกินไป
- จังหวะของเสียงพูดผิดปกติ                    

3.ความบกพร่องของเสียงพูด
 ( Voice Disorders )
- ความบกพร่องระดับเสียง
- เสียงดังหรือค่อยเกินไป
- คุณภาพของเสียงไม่ดี            


ความบกพร่องทางภาษา หมายถึง การขาดความสามารถที่จะเข้าใจความหมายของคำพูด
 และ / หรือไม่สามารถแสดงความคิดออกมาเป็นถ้อยคำ
1.การพัฒนาการทางภาษษช้ากว่าวัย ( Delayed Language )
- มีความยากลำบากในการใช้ภาษา
- ไม่สามารสร้างประโยคได้
2.ความผิดปกติทางการพูดและภาษษอันเนื่องมาจากพยาธิสภาพที่สมองโดยทั่วไปเรียกว่าDysphasia หรือ Aphasia
 - อ่านไม่ออก ( Alexia )
- เขียนไม่ได้  ( Agraphia )

        Gerstmann's Syndrome
- ไม่รู้ชื่อนิ้ว ( Finger Agnosia )
- ไม่รู้ซ้ายขวา ( Allochiria )
- คำนวณไม่ได้ ( Acaiculia )
- เขียนไม่ได้ ( Agraphia )
- อ่านไม่ออก ( Alexia)

5.เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ
 ( Children With Physical And Health Impairments )



โรคลมชัก (Epilepsy)
- การชักในช่วงเวลาสั้น ๆ (Petit Mal)    อาการเหม่อนิ่งเป็นเวลา 5-10วินาที
- ชักแบบรุนแรง (Grand Mal) เกิดขึ้นราว 2-5 นาที 
- ชักแบบ Partial Complex    ไม่เกิน 3 นาที
- อาการไม่รู้สึกตัว (Focal Partial)  เช่น ร้องเพลง ดึงเสื้อผ้า เดินเหม่อลอย แต่ไม่มีอาการชัก
- ลมบ้าหมู (Grand Mal) จะทำให้หมดสติ และหมดความรู้สึกในขณะชักกล้ามเนื้อเกร็งหรือแขนขากระตุก กัดฟัน กัดลิ้น 

ซี.พี. (Cerebral Palsy)

- การเป็นอัมพาตเนื่องจากระบบประสาทสมองพิการ หรือเป็นผลมาจากสมองที่กำลังพัฒนาถูกทำลายก่อนคลอด ระหว่างคลอด หรือหลังคลอด 
- การเคลื่อนไหว การพูด พัฒนาการล่าช้า เด็กซีพี มีความบกพร่องที่เกิดจากส่วนต่าง ๆ ของสมองแตกต่างกัน 

กลุ่มแข็งเกร็ง (spastic)
- spastic hemiplegia อัมพาตครึ่งซีก
- spastic diplegia อัมพาตครึ่งท่อนบน
- spastic paraplegia อัมพาตครึ่งท่อนล่าง
- spastic quadriplegia อัมพาตทั้งตัว


โปลิโอ (Poliomyelitis) 



- มีอาการกล้ามเนื้อลีบเล็ก แต่ไม่มีผลกระทบต่อสติปัญญา
ยืนไม่ได้ หรืออาจปรับสภาพให้ยืนเดินได้ด้วยอุปกรณ์เสริม 


Evaluation

  Teacher :   ข้าสอนตรงเวลา อธิบายเกี่ยวกับเนื้อหาได้อย่างครบถ้วนและคลอบคลุม

   Friends:   ข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายเรียบร้อย ตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่

  Self:   เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายเรียบร้อย มีการจดบันทึกทุกครั้งในการเรียน



วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2559


บันทึกการเรียน ครั้งที่ 3

วันศุกร์ ที่ 29 มกราคม 2559

knowledge

ประเภทของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ แบ่งได้ 2กลุ่ม คือ


       1.เด็กปัญญาเลิศ
             เด็กปัญญาเลิศ (Gifted Child)
- เด็กที่มีความสามารถทางสติปัญญา
- มีความถนัดเฉพาะทางสูงกว่าเด็กในวัยเดียวกัน
- จดจำได้รวดเร็วและแม่นยำ
- เรียนรู้สิ่งต่างๆได้รวดเร็ว
- อยากรู้อยากเห็นชอบซักถาม

ตัวอย่างเด็กปัญญาเลิศ
 Kin Ung-Yong  เด็กเกาหลีใต้ IQ 213 

                   X-MEN มีจริง!! Kim Ung-Yong คนที่ฉลาดที่สุดในโลก เข้ามหาลัยฯตอน 4 ขวบ


Akrit Jaswal 
       เป็นชาวอินเดีย และได้รับการขนานนามว่า เป็นเด็กผู้ชายที่ฉลาดที่สุดในโลก เพราะ
มี IQ ถึง 146 และได้รับการยอมรับว่าเป็นคนที่ฉลาดที่สุดในเด็กที่มีอายุเท่า ๆ กัน



                      


เด็กอัจฉริยะเมืองไทย ธนัช เปลวเทียนยิ่งทวี ที่โด่งดังไปทั่วโลกนั่นคือความสามารถทางด้านศิลปะ ธนัช ได้ชื่อว่าเป็น จิตรกรวาดภาพสีน้ำในแนวนามธรรมที่มีอายุน้อยที่สุดในโลก ที่สามารถจัดนิทรรศการแสดงผลงานศิลปะเดี่ยว และสามารถจำหน่ายผลงานในขณะแสดงนิทรรศการได้จำนวนมาก ในวัยเพียง 3 ขวบครึ่ง





2.เด็กที่มีความบกพร่อง
          เด็กที่มีลักษณะทางความบกพร่อง
-สติปัญญา
-การพูด
-ร่างกายและสุขภาพ
-การมองเห็น
-เด็กพิการซ้ำซ้อน
-เด็กออทิสติก
-การเรียนรู้
-การได้ยินและภาษา
-พฤติกรรมและอารมณ์

เด็กที่บกพร่องทางสติปัญญา  มี 2 กลุ่ม คือ
1. เด็กเรียนช้า มีระดับสติปัญญา (IQ) ประมาณ 71-90
2. เด็กปัญญาอ่อน  ระดับสติปัญญา (IQ) แบ่งได้ 4 กลุ่ม 
- เด็กปัญญาอ่อนขนาดหนักมาก IQ ต่ำกว่า 20
- เด็กปัญญาอ่อนขนาดหนัก IQ 20-34 เรียกกลุ่มนี้ว่า C.M.R
- เด็กปัญญาอ่อนปานกลาง IQ 35-49 เรียกกลุ่มนี้ว่า T.M.R
- เด็กปัญญาอ่อนขนาดน้อย IQ 50-70 เรียกกลุ่มนี้ว่า E.M.R

ลักษณะเด็กที่บกพร่องทางสติปัญญา

ดาวน์ซินโดรม




เด็กที่บกพร่องทางการได้ยิน
1. เด็กหูตึง จำแนกได้ 4 กลุ่ม  
- หูตึงระดับน้อย ได้ยินตั้งแต่ 26-40 dB
- หูตึงระดับปานกลาง ได้ยินตั้งแต่ 41-55 dB
- หูตึงระดับมาก ได้ยินตั้ง 56-70 dB
- หูตึงระดับรุนแรง ได้ยินตั้งแต่ 71-90 dB
2. หูหนวก  ระดับการได้ยินตั้งแต่ 91 dB ขึ้นไป 


                          

เด็กที่บกพร่องทางการมองเห็น

1. เด็กตาบอด  
มีสายตาข้างดีมองเห็นได้ในระยะ 6/60  20/200  ลงมาจนถึงบอดสนิท
มีลานสายตาโดยเฉลี่ยอย่างสูงสุดแคบกว่า 5 องศา

2.เด็กตาบอดไม่สนิท
เมื่อทดสอบสายตาข้างดีจะอยู่ในระดับ 6/18  20/60  6/60  20/200 หรือน้อยกว่านั้น
มีลานสายตาโดยเฉลี่ยอย่างสูงสุดกว้างไม่เกิน 30 องศา




                 


Evaluation

  Teacher :   ข้าสอนตรงเวลา อธิบายเกี่ยวกับเนื้อหาได้อย่างครบถ้วนและคลอบคลุม

   Friends:   ข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายเรียบร้อย ตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่

  Self:   เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายเรียบร้อย มีการจดบันทึกทุกครั้งในการเรียน

วันจันทร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2559


บันทึกการเรียนครั้งที่ 2

วันศุกร์ ที่ 22 มกราคม 2559

knowledge


เด็กที่มีความต้องการพิเศษ Children with special needs

เด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ ( Early childhood with special needs )

ความหมายของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ
     
ทางการแพทย์
       เด็กที่มีความผิดปกติ มีความบกพร่อง สูญเสียสมรรถภาพ อาจเป็นความผิดปกติ ความบกพร่องทางกาย สูญเสียสมรรถภาพทางสติปัญญา ทางจิตใจ

ทางการศึกษา
       เด็กที่มีความต้องการพิเศษ หมายถึง เด็กที่มีความต้องการทางการศึกษาเฉพาะของตัวเอง ซึ่งจำเป็นต้องจัดการศึกษาให้แต่งต่างไปจากเด็กปกติทางด้านเนื้อหา หลักสูตร กระบวนการที่ใช้ และการประเมินผล

สรุปได้ว่าเด็กที่มีความต้องการิเศษ 
    1. เด็กที่ไม่อาจพัฒนาความสามารถได้เท่าที่ควรจากการให้การช่วยเหลือ และการสอนตามกติ
    2. มีสาเหตุจากสภาพความบกพร่องทางร่างกาย สติปัญญา และอารมณ์
    3. จำเป็นต้องได้รับการกระตุ้น ช่วยเหลือ บำบัด และฟื้นฟู
    4. จัดการเรียนการสอนที่เหมาะกับลักษณะและความต้องการของเด็กแต่ละบุคคล

พฤติกรรมและพัฒนาการของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ

     พัฒนาการ 
-การเปลี่ยนแปลงในด้านการทำหน้าที่และวุฒิภาวะของอวัยวะต่างๆ รวมทั้งตัวบุคคล
-ทำให้สามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

      เด็กที่มีความบกพ่องทางพัฒนาการ 
-เด็กที่มีพัฒนาการล่าช้ากว่าเด็กปกติในวัยเดียวกัน 
-พัฒนาการล่าช้าอาจพบเพียงด้านใดด้านหนึ่ง หลายด้านหรือทุกด้าน 
-พัฒนาการล่าช้าในด้านหนึ่งอาจส่งผลให้พัฒนาการในด้านอื่นล่าช้าตามไปด้วย


ปัจจัยที่มีผลต่อพัฒนาการเด็ก
     ปัจจัยด้านชีวภาพ
     ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมก่อนคลอด 
     ปัจจัยด้านกระบวนการคลอด
     ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมหลังคลอด

1. พันธุกรรม เด็กจะมีพัฒนาการล่าช้ามาตั้งแต่เกิดหรือสังเกตได้ชั่วระยะไม่นานหลังเกิด มักมีลักษณะผิดปกติแต่กำเนิดร่วมด้วย เช่น โรคปากแหว่งเพดานโหว่ Cleft Lip / Cleft Palate 




โรคธาลัสซีเมีย 



ผิวเผือก Albinism



 ท้าวแสนปม Neurofibromatosis 



2. โรคของระบบประสาท 
-เด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการส่วนใหญ่มักมีอาการ หรืออาการแสดงทางระบบประสาทร่วมด้วย ที่พบบ่อยคือ อาการชัก

3. การติดเชื้อ 
-การติดเชื้อตั้งแต่อยู่ในครรภ์น้ำหนักตัวแรกเกิดจะน้อยศีรษะเล็กกว่าปกติอาจมีตับม้ามโตการได้ยินบกพร่องเป็นต้อกระจก นอกจากนี้การติดเชื้อรุนแรงภายหลังเกิด เช่นสมองอักเสบเยื้อหุ้มสมองอักเสบ เป็นสาเหตุที่พบได้บ้าง

4. ความผิดปกติเกี่ยวกับเมตาบอลิซึม 
- โรคที่ยังเป็นปัญหาสาธารณสุขไทย คือ ไทรอยด์ฮอร์โมนในเลือดต่ำ

5. ภาวะแทรกซ้อนระยะแรกเกิด 
- การเกิดก่อนกำหนด น้ำหนักตัวแรกเกิดน้อย และภาวะขาดออกซิเจน

6. สารเคมี 
     ตะกั่ว เป็นสารที่มีผลกระทบต่อเด็กและมีการศึกษามากที่สุด พบในรอยเชื่อมกระทะ หม้อก๊วยเตี๋ยวสแตนเลส  อาการจะซึมเศร้า เคลื่อนไหวช้า ผิวหมองคล้ำเป็นจุดๆ ภาวะตับเป็นพิษ ระดับสติปัญญาต่ำ เป็นต้น
           
   แอลกอฮอล์ ส่งผลให้น้ำหนักแรกเกิดน้อย มีอัตราการเพิ่มน้ำหนักหลังเกิดน้อย ศีรษะเล็ก พัฒนาการของสติปัญญามีความบกพร่อง เด็กบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์ โรคที่พบ คือ

     โรค Fetal Alcohol Syndrome, FAS เกิดจากแม่ดื่มเหล้าขณะตั้งครรภ์ 




-ช่องตาสั้น
-ร่องริมฝึปากบนเรียบ
-ริมฝีปากบนยาวและบาง
-หนังคลุมหัวตามาก 
-จมูกแบน
-ปลายจมูกเชิดขึ้น

      โรคนิโคติน 
-น้ำหนักแรกเกิดน้อย ขาดสารอาหารในระยะตั้งครรภ์
-เพิ่มอัตราการตายในวัยทารก
-สติปัญญาบกพร่อง
-สมาธิสั้น พฤติกรรมก้าวร้าว มีปัญหสด้านการเข้าสังคม

7. การเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสม รวมทั้งการขาดสารอาหาร 

8. สาเหตุอื่นๆ เช่น อุบัติเหตุ

                    อาการของเด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒาการ มีพัฒนาการล่าช้าซึ่งอาจพบมากกว่า 1 ด้าน และปฏิกิริยาสะท้อน ( primitive reflex ) ไม่หายไปแม้จะถึงช่วยอายุที่ควรหายไป คือก่อน 1 ขวบ

แนวทางการวินิจฉัยเด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการ

1. การซักประวัติ

    1.1 โรคประจำตัว โรคทางพันธุกรรม
    1.2 การเจ็บป่วยในครอบครัว
    1.4 ประวัติฝากครรภ์
    1.5 ประวัติเกี่ยวกับการคลอด
    1.6 พัฒนาการที่ผ่านมา
    1.7 การเล่นตามวัย การช่วยเหลือตนเอง
    1.8 ปัญหาพฤติกรรม
    1.9 ประวัติอื่นๆ
   เมื่อซักประวัติแล้วจะสามารถบอกได้ว่า
  • ลักษณนะพัฒนาการล่าช้าเป็นแบบคงที่ หรือถดถอย
  • เด็กมีระดับพัฒนาการช้าหรือไม่ อย่างไร อยู่ในระดับไหน
  • มีช้อบ่งชี้ว่ามีสาเหตุจากโรคทางพันธุกรรมหรือไม่
  • สาเหตุของความบกพร่องทางพัฒนาการนั้นเกิดจากอะไร
  • ขณะนี้เด็กได้รับการช่วยเหลือและฟื้นฟูอย่างไร
2. การตรวจร่างกาย
2.1 ตรวจร่างกายทั่วๆ ไปและเจริญเติบโต
2.2 ภาวะตับม้ามโต
2.3 ผิวหนัง
2.4 ระบบประสาทแะวัดรอบศีรษะด้วยเสมอ
2.5 ดูลักษณะของเด็กที่ถูกทารุณกรรม (child abuse)
2.6 ระบบการองเห็นและการได้ยิน

3. การสืบค้นทางห้องปฏิบัติการ

4. การประเมินพัฒนาการ
แบบไม่เป็นทางการ
     การประเมินที่ใช้ในเวชปฏิบัติ
-แบบทดสอบ Denver ll
-Gesell Drawing Test
-แบบประเมินพัฒนาการเด็ตามคู่มือส่งเสริมพัฒนาการเด็ก อายุแรกเกิด - 5 ปี สถาบันราชานุกูล

skill 
Game เพื่อรูปร่างที่สวยงาม



แบบทดสอบวัดระดับสติปัญญาของตัวเอง



Evaluation


  Teacher :   เข้าสอนตรงเวลา อธิบายเกี่ยวกับเนื้อหาได้อย่างครบถ้วนและคลอบคลุม

   Friends:   เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายเรียบร้อย ตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่

  Self:   เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายเรียบร้อย มีการจดบันทึกทุกครั้งในการเรียน